สมุนไพรไทยถือเป็นหนึ่งในของดีของไทยที่มีการสืบทอดภูมิปัญญากันมาตั้งแต่ครั้งโบราณและมีอยู่มากมายหลายชนิดจนนับไม่ถ้วน สมุนไพรไทยหลาย ๆ ชนิดนั้นยังขึ้นชื่อในเรื่องของสรรพคุณทางยาจนชาวต่างชาติและทั่วโลกให้การยอมรับ และบางชนิดยังสามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันและให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ “เพชรสังฆาต” เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรของดีของชาติที่มีสรรพคุณเด่นหลายประการแต่ทว่าหลายคนยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะมาทำความรู้จักสุดยอดสมุนไพรชนิดนี้กัน

เพชรสังฆาต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cissus quadrangularis L. และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามพื้นที่ เช่น สันชะควด (กรุงเทพฯ) ขั่นข้อ (ราชบุรี) สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์) ตำลึงทอง ย่าพลู ร้อยข้อ สามร้อยข้อ ฯลฯ  เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยในวงศ์องุ่น ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องสี่เหลี่ยมต่อกัน แต่ละปล้องยาวตั้งแต่ 3-15 ซม. เปลือกเรียบ สีเขียวอ่อน ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว มีโคนมน ปลายเว้า ขอบใบหยัก เรียบมัน มักออกดอกเป็นช่อเล็ก ๆ สีแดง โดยปกติแล้วนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ เนื่องจากเป็นพืชที่มีรูปร่างแปลกตา แต่จริง ๆ แล้ว เพชรสังฆาตยังมีคุณประโยชน์ในฐานะสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคต่าง ๆ อีกด้วย

สรรพคุณ ของ “เพชรสังฆาต” ที่คุณต้องรู้

เพชรสังฆาตถือเป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณทางยามากมาย สามารถนำส่วนต่าง ๆ คือ ราก ลำต้น ใบ และเถามาใช้บรรเทาอาการโรคต่าง ๆ ได้ โดยหลัก ๆ แล้ว เพชรสังฆาตเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงทวาร โดยเฉพาะการบรรเทาริดสีดวง รักษาอาการที่เกิดจากริดสีดวง ซึ่งเพชรสังฆาตจะช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหดตัวลง ลดอาการเลือดดำคั่ง และทำให้ระบบโลหิตไหลเวียนสะดวกขึ้น จึงช่วยบรรเทาริดสีดวง รักษาริดสีดวง ทวารได้เป็นอย่างดี ส่วนสรรพคุณอื่น ๆ ของเพชรสังฆาตนอกจากเป็นสมุนไพรแก้ริดสีดวงมีดังนี้

  • ช่วยให้เจริญอาหาร
  • ใช้หยอดหูแก้น้ำหนวกไหล
  • โรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยระบายท้อง มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ
  • มีฤทธิ์แก้ปวด แก้อักเสบ ลดอาการบวม
  • บำรุงกระดูก กระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูก และช่วยสมานกระดูก
  • ช่วยแก้ท้องอืด และท้องเฟ้อ แก้อาการจุกเสียด ขับลมในลำไส้
  • แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้เลือดเสียในสตรี ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย

ข้อควรระวังในการรับประทาน เพชรสังฆาต

ข้อควรระวังในการรับประทาน-เพชรสังฆาต

เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ก็จริง แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทานอยู่หลายประการด้วยกัน เนื่องจากเพชรสังฆาตเป็นพืชที่มีสารแคลเซียมออกซาเลท (Calcium Oxalate) ซึ่งเป็นผลึกรูปเข็มจำนวนมาก การรับประทานหรือเคี้ยวส่วนใดส่วนหนึ่งของเพชรสังฆาต ไม่ว่าจะเป็นใบ เถา หรือรากแบบสด ๆ จะทำให้เกิดการระคายเคือง ปวดแสบปวดร้อนบริเวณเยื่อบุปาก ลำคอ และทางเดินอาหารส่วนบน หรือก่อให้เกิดอาการบวมได้ ดังนั้น วิธีการทานเพชรสังฆาตที่ดีที่สุด คือ การทานในรูปแบบของเม็ดแคปซูล ซึ่งจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เพชรสังฆาตสัมผัสกับอวัยวะภายในช่องปากและลำคอโดยตรง หากอยากทานสด แนะนำให้ใช้เถาสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ยัดไส้ใส่แตงกวาหรือกล้วยแล้วกลืนลงไป และห้ามเคี้ยวโดยเด็ดขาด หรือสามารถนำผงแห้งมาคลุกกับมะขามเปียกที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งจะช่วยฆ่าพิษผลึกแคลซียมออกซาเลท ก่อนจะนำไปปั้นเป็นลูกกลอน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ใช้เพชรสังฆาตบางรายอาจมีอาการท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด และอาเจียน ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่กำหนดอย่างเหมาะสม การใช้เพชรสังฆาตจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนเด็ก สตรีมีครรภ์ หญิงที่กำลังให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง

สมุนไพรแก้ริดสีดวง-ridchy-t

RIDCHY-T นวัตกรรมสมุนไพรแก้ริดสีดวง ทวารจากธรรมชาติ คัดสรรสมุนไพรคุณภาพสูงกว่า 30 ชนิด ช่วยดูแล ฟื้นฟู และบรรเทาอาการริดสีดวงที่ต้นเหตุ ช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ หยุดอาการถ่ายเป็นเลือด สมานแผลตรงปากทวารและแผลในลำไส้ ลดการอักเสบ ปวด บวม ทำให้หัวริดสีดวงที่ยื่นออกมายุบและฝ่อลง ป้องกันไม่ให้ริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำอีก โดยไม่ทำให้หลอดเลือดและเนื้อเยื่อตายแต่อย่างใด ทางเลือกใหม่ของสมุนไพรบำบัดริดสีดวงโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยาแผนปัจจุบันที่อาจมีสารเคมีตกค้าง ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยง ปลอดภัย 100% เห็นผลเร็ว 1-2 เดือน หากไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

“ริดสีดวง” ดีขึ้นได้ด้วยสมุนไพรริดสีดวง “Ridchy-T”

อ้างอิงจากฐานข้อมูลท้องถิ่น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพรช

ฆอ.1223/2563

ที่อยู่

บริษัท โนบอส กรุ๊ป จำกัด
23 ซอย หัวหมาก 9 แยก 1
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานค 10240

Call Us

084-592-9897

Facebook

Dr.Thee Clinic

Line@

@drthee

Website

www.drthee.com