“ทำไมคุณถึงไม่นั่ง”

“ก็ลมมันเย็น”

หนึ่งในวลียอดฮิตที่หลาย ๆ คนใช้ล้อเรื่องริดสีดวงทวาร ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศ ทุกวัย แต่ไม่สามารถระบุความชุกของโรคได้อย่างแน่นอนเนื่องจากผู้ป่วยส่วนมากมักรู้สึกอายที่ต้องพบแพทย์ จึงเก็บเป็นความลับและพยายามหาวิธีรักษาริดสีดวงด้วยตนเอง แล้วริดสีดวงทวารคืออะไร? ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoid) เป็นภาวะที่เกิดจากการปูดพองของหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักจนมีลักษณะเป็นหัวโป่งออกมาและสามารถเป็นพร้อมกันได้หลายตำแหน่ง แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ริดสีดวงทวารชนิดภายนอก พบบริเวณทวารหนักส่วนล่าง โดยมักมีลักษณะนูนเป็นติ่งยื่นออกมาจากทวารหนัก จึงสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย และมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย
  • ริดสีดวงทวารชนิดภายใน เกิดขึ้นจากเนื้อเยื่อที่อยู่เหนือหูรูดทวารหนักเกิดการโป่งพองหรือแตกจนมีเลือดออก แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่
    • ระยะที่ 1    ริดสีดวงทวารยังมีขนาดเล็ก อาจมองไม่เห็น แต่มีเลือดออกเวลาขับถ่าย
    • ระยะที่ 2    ริดสีดวงทวารมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจยื่นออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ แต่สามารถหดกลับเข้าที่ได้เอง
    • ระยะที่ 3    เหมือนระยะที่ 2 แต่จะต้องใช้นิ้วดันให้กลับเข้าที่
    • ระยะที่ 4    ริดสีดวงทวารที่ยื่นออกมาอย่างถาวร ไม่สามารถดันกลับเข้าที่ได้

ทั้งนี้ ริดสีดวงทวารภายในและภายนอกจะเกิดร่วมกันได้บ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดริดสีดวงมักมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก โดยอาการของโรคริดสีดวงทวารที่พบได้บ่อย คือ มีอาการคันหรือระคายเคืองรอบปากทวารหนัก มีเลือดปนออกมากับอุจจาระหรือหลังขับถ่าย มีก้อนเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักขณะเบ่งถ่าย หรือคลำเจอก้อนบริเวณทวารหนักร่วมกับอาการเจ็บปวด เป็นต้น ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าโรคริดสีดวงนี้ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความเจ็บปวดทางร่างกายเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอาย ทั้งยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจทำให้โรคดีขึ้นได้ แต่หากใช้วิธีรักษาริดสีดวงด้วยตนเองแล้วยังมีอาการรุนแรงขึ้นหรือไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาริดสีดวงอย่างจริงจังก่อนที่ปัญหาจะร้ายแรงขึ้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนตามมา

วิธีการรักษาโรคริดสีดวงทวาร มีวิธีอะไรบ้าง ?

วิธีรักษาริดสีดวง

ในปัจจุบันการรักษาโรคริดสีดวงทวารสามารถรักษาได้หลายวิธี แพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาริดสีดวงตามชนิดและความรุนแรงของโรค สำหรับวิธีรักษาริดสีดวงมีดังนี้

  • การใช้ยา

การใช้ยาเหน็บทวาร ครีมทาทวาร หรือการใช้ยาระบายเป็นวิธีแก้ริดสีดวงสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระดับไม่รุนแรง โดยจะช่วยลดการอักเสบและระคายเคือง และควรใช้ยาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น รับประทานกากใยเพิ่มขึ้น ดูแลบริเวณทวารหนักให้แห้งและสะอาด ระวังไม่ให้ท้องผูก ฯลฯ และอาจรับประทานยาในกลุ่มยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด คัน หรือเจ็บปวดบริเวณทวารหนักได้  โดยเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นคือวิธีรักษาริดสีดวงวิธีนี้อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะเห็นผลและเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเริ่มต้นเท่านั้น

  • การฉีดยา

การฉีดยาที่หัวริดสีดวงทวารเป็นการทำลายผนังหลอดเลือดดำ ทำให้หัวริดสีดวงเหี่ยวลงและหดตัวกลับเข้าไป ซึ่งยาที่ใช้สำหรับวิธีแก้ริดสีดวงนี้จะเป็นตัวยาชนิดเดียวกันกับตัวยาที่ใช้ในการรักษาเส้นเลือดขอด แม้จะเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แต่ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีรักษาริดสีดวงวิธีนี้คือต้องฉีดยาซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์จนกว่าอาการจะทุเลาและผู้เข้ารับการรักษาอาจรู้สึกเจ็บปวดในขณะฉีดยาหรือมีอาการเวียนศีรษะและระคายเคืองทวารหนักได้

  • การรัดยาง

การใช้แถบยางรัดโคนหรือหัวริดสีดวงเป็นการตัดการไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้น ทำให้ริดสีดวงฝ่อและแห้งภายใน 1 สัปดาห์ เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคในระยะที่ 1-3 การรัดยางเป็นการรักษาที่ไม่เจ็บปวดมาก แต่จะรู้สึกหน่วงประมาณ 1-3 วัน หลังจากรัดแล้ว ยางจะหลุดไปเอง เป็นวิธีแก้ริดสีดวงที่ไม่ต้องเสียเลือด ไม่ต้องเย็บแผล ใช้เวลาพักฟื้นน้อย แต่ก็ต้องใช้เวลา และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอย่างการการติดเชื้อ ภาวะเลือดออก แผลเปื่อย ฯลฯ ได้ 

  • การจี้

เป็นวิธีแก้ริดสีดวงด้วยการใช้ความร้อนหรือความเย็นจี้ไปที่หัวริดสีดวงทวาร อาทิ การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrocautery) การฉายรังสีอินฟราเรด การใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัด หรือการจี้เย็น (Cryosurgery) หลังจากรักษาสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน ถือว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะที่ 1-2 แต่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคในระดับที่ 3-4 เพราะมีโอกาสเกิดซ้ำ และควรระวังเรื่องภาวะเลือดออก

  • การผ่าตัด

ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะของโรครุนแรง แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ

  1. การผ่าตัดแบบดั้งเดิม เป็นวิธีรักษาริดสีดวงด้วยการผ่าติดเอาริดสีดวงออกที่ยื่นออกมาทิ้งไป ให้ผลการรักษาที่ดี สามารถผ่าตัดริดสีดวงทวารได้ทุกแบบ มีโอกาสในการกลับมาเป็นซ้ำน้อย แต่หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะเจ็บปวดแผลมาก ต้องทำแผล และแช่ก้นหลังผ่าตัดจนกว่าแผลจะหาย ซึ่งใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ในบางรายพบว่ามีผลข้างเคียง เช่น ปัสสาวะลำบาก ปวดศีรษะ ฯลฯ ร่วมด้วย
  2. การผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือเย็บติด เป็นการปิดกั้นเลือดที่จะไปเลี้ยงบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารจนให้เกิดการฝ่อและหลุดไป โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ (Staple Hemorhoidectomy) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเครื่องมือคล้ายเครื่องยิงลวดในการตัด เย็บ และผูกหัวริดสีดวง สำหรับข้อดีของวิธีแก้ริดสีดวงด้วยการใช้เครื่องมือเย็บติดคือสามารถนำริดสีดวงออกได้ทั้งหมด เจ็บตัวน้อยกว่าการผ่าตัด ใช้เวลาพักฟื้นน้อย แต่ใช้รักษาริดสีดวงทวารภายในได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้รักษาริดสีดวงทวารภายนอกได้ และแม้จะไม่เจ็บตัวมากเท่าการผ่าตัด แต่ก็สร้างความรู้สึกตึงและหน่วงในทวารหนัก อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีรักษาริดสีดวงอื่น ๆ
  • การใช้สมุนไพรไทย

อย่างที่ทราบกันดีว่าสมุนไพรไทยนั้นมีสรรพคุณทางยาหลากหลายจนได้รับการยอมรับในระดับสากล วิธีรักษาริดสีดวงด้วยสมุนไพรจึงเป็นวิธีแก้ริดสีดวงที่สามารถใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันหรือการผ่าตัด อีกทั้งยังให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเพชรสังฆาต ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่นหลายประการโดยเฉพาะการบรรเทาริดสีดวง โดยเพชรสังฆาตจะช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหดตัวลง ลดอาการเลือดดำคั่ง และทำให้ระบบโลหิตไหลเวียนสะดวกขึ้น จึงช่วยบรรเทาริดสีดวง รักษาริดสีดวงทวารได้เป็นอย่างดี แต่หากไม่สามารถหาเพชรสังฆาตสดมารับประทานได้ ผู้ป่วยสามารถทานผลิตภัณฑ์รักษาริดสีดวงที่มีส่วนผสมของเพชรสังฆาตมารับประทานแทน ซึ่งถือเป็นวิธีแก้ริดสีดวงที่มีความสะดวกมาก ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับความทรมานเมื่อรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

อย่าปล่อยให้ริดสีดวงทวาร มาขัดความสุขในชีวิตของคุณ

ริดสีดวง-รักษายังไง

แม้ว่าความก้าวล้ำทางการแพทย์ จะมีวิธีรักษาริดสีดวงที่ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเจ็บปวดน้อยลง แต่วิธีแก้ริดสีดวงที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันการเกิดริดสีดวงตั้งแต่เริ่มแรกด้วยการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ อาทิ การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการกลั้นอุจจาระ ฝึกการขับถ่ายให้เป็นกิจวัตร ตลอดจนหลีกเลียงการนั่งนาน ๆ ไม่ควรนั่งเล่นโทรศัพท์ระหว่างเบ่งถ่ายอุจจาระในห้องน้ำ เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักหรือป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก

RIDCHY-T นวัตกรรมสมุนไพรสูตรธรรมชาติ 100 % ที่ 1 แห่งตลาดสมุนไพรแก้ริดสีดวง คัดสรรสมุนไพรคุณภาพสูงกว่า 30 ชนิด ช่วยดูแล ฟื้นฟู และบรรเทาอาการริดสีดวง ต้นเหตุของอาการริดสีดวง ทั้งริดสีดวงภายในและภายนอก ช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ ทางเลือกใหม่ของสมุนไพรบำบัดริดสีดวงโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยาแผนปัจจุบันที่อาจมีสารเคมีตกค้าง สะดวก ทานง่าย ไม่ผสมยาถ่าย ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยง ปลอดภัย 100% เห็นผลเร็ว ชัดเจนในขวดแรก จัดส่งรวดเร็ว หากไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

“ริดสีดวง” ดีขึ้นได้ด้วยสมุนไพรริดสีดวง “Ridchy-T”

ridchy-t-สมุนไพรริดสีดวง

แหล่งที่มา

https://www.rama.mahidol.ac.th/sdmc/sites/default/files/public/pdf/hemorrhoid.pdf

https://www.phyathai.com/article_detail/2638/th/

https://www.sikarin.com/content/detail/101/อาการ-การรักษา-และวิธีการป้องกัน-โรคริดสีดวง

https://bangkokhatyai.com/medical_services/article_detail/2/320/ริดสีดวงทวารหนัก-hemorrhoid

ฆอ.1223/2563

Facebook

Dr.Thee Clinic

Line@

@drthee

Website

www.drthee.com