ริดสีดวง และ ท้องผูก กลายเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มหนุ่มสาวยุคใหม่และชาวออฟฟิศที่มักประสบปัญหาเป็น ริดสีดวงทวาร ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีสาเหตุจากไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นหลัก อาทิเช่น ความเครียดจากภาระหน้าที่การงานที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน การรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือจังก์ฟู้ด เช่น พิซซ่า ไก่ทอด ฮอตดอก เฟรนช์ฟราย น้ำหวาน น้ำอัดลม ชาไข่มุก ลูกอม ขนมกรุบกรอบกันมากขึ้น การนั่งนิ่ง ๆ ไม่มีการขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือมักมีงานเลี้ยงสังสรรค์ ออกเที่ยวกลางคืนจนไม่มีเวลาพักผ่อน นอนหลับน้อย พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของทุกระบบในร่างกาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดท้องผูก และนำไปสู่ปัญหาริดสีดวง ถ่าย ไม่ ออกในท้ายที่สุด

อาการ-ริดสีดวง-ถ่าย-ไม่-ออก

ท้องผูก (Constipation) เกิดจากการที่ลำไส้มีการบีบตัวหรือหรือเคลื่อนตัวช้าส่งผลให้ไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้ตามปกติจนของเสียตกค้างตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นระยะเวลานาน ทำให้อุจจาระลักษณะแห้ง แข็ง และสะสมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ถ่ายอุจจาระลำบาก ต้องใช้เวลานานเบ่งนานกว่าปกติ หรือมีอาการเจ็บทวารหนักเวลาถ่าย

สัญญาณของอาการท้องผูกมีดังนี้

  • ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็น
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็งหรือเป็นเม็ดเล็ก ๆ
  • ถ่ายอุจจาระไม่ออก ถ่ายอุจจาระออกได้ยาก หรือรู้สึกถ่ายได้ไม่สุด
  • ต้องใช้แรงเบ่งมากหรือใช้มือช่วยล้วง อาจมีอาการเจ็บบริเวณทวารหนักขณะถ่ายอุจจาระร่วมด้วย
  • ท้องอืด ปวดท้อง หรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้อง

ท้องผูกเกิดจากอะไร ?

เป็น-ริดสีดวง-ถ่าย-ไม่-ออก

ท้องผูกเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลายประการ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกที่พบบ่อย ได้แก่

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่กระตุ้นให้เกิดอารการท้องผูก ได้แก่ การกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ออกกำลังกายหรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย เป็นต้น
  • สภาวะทางร่างกาย เช่น น้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป ปัญหาทางด้านจิตใจ ความเครียด ความกดดัน ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ การอยู่ในวัยสูงอายุ รวมถึงสภาวะทางร่างกายที่ส่งผลต่อฮอร์โมน  อาทิ การตั้งครรภ์ เป็นต้น
  • โรคทางกาย เช่น โรคเบาหวาน ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ แคลเซียมในเลือดสูง โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร โรคทางสมองและไขสันหลัง โรคลำไส้แปรปรวน โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ภาวะลำไส้เฉื่อย เป็นต้น
  • การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดกรดบางประเภท ยาแก้แพ้บางชนิด ยารักษาอาการซึมเศร้า ยาระงับอาการทางจิต ยารักษาอาการชัก ยาลดความดันโลหิต ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียมหรืออะลูมิเนียม อาหารเสริมกลุ่มแคลเซียมและธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  • การอุดตันภายในลำไส้ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของอุจจาระ เช่น  แผลปริขอบทวารหนัก ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน และโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ เช่น มะเร็งหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก ลำไส้อุดตัน ลำไส้บิดพับกัน ความผิดปกติที่ทวารหนัก เป็นต้น

ท้องผูกบ่อยๆ ทำให้เกิดโรคอะไรบ้าง ?

การที่มีอาการท้องผูกบ่อยๆหรือมีการออกแรงเบ่งอุจจาระบ่อย ๆ อาจนำมาซึ่งโรคและผลกระทบมากมาย เช่น

  • โรคริดสีดวงทวารหรือเกิดแผลปริรอบทวารหนัก
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ลำไส้อุดตัน
  • ความดันในช่องทรวงอกเพิ่มขึ้น
  • ความดันในลูกตาสูงขึ้น
  • แรงดันในช่องท้องสูงขึ้นจนเป็นสาเหตุของไส้เลื่อน
  • กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ความเครียด อาการปวดศีรษะ

หลีกเลี่ยงอาการท้องผูก เริ่มที่ตัวคุณเอง

ท้องผูกสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้ด้วยตัวคุณเองโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และธัญพืชในทุกมื้อเพื่อเพิ่มปริมาณอุจจาระและกระตุ้นการเคลื่อนตัวภายในลำไส้ใหญ่
  • ทานอาหารที่มีโปรไบโอติก ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดี ช่วยย่อยเศษอาหารและกระตุ้นการขับถ่าย
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน เพราะทำให้การบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ลดลง ทำให้ท้องอืดและท้องผูกได้
  • รับประทานอาหารเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ใหญ่ทำงานมากที่สุด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร น้ำจะช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่ายขึ้น
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ เพื่อให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหวตัว
  • ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะความผิดปกติทางอารมณ์อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องผูกหรือทำให้อาการแย่ลง
  • ฝึกขับถ่ายให้เป็นกิจวัตรและเป็นเวลา
  • ไม่กลั้นอุจจาระ เมื่อรู้สึกปวดถ่ายให้ถ่ายทันที
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายติดต่อกันโดยไม่จำเป็นและควรมีการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาทุกครั้ง

ท้องผูกจนเป็นริดสีดวง ควรทำอย่างไร ?

หลาย ๆ ท่านประสบกับปัญหาท้องผูกอยู่บ่อย ๆ หรือเป็นเรื้อรังมาเป็นเวลานานจนคิดไปว่าเป็นเรื่องปกติ มักปล่อยปละละเลยจนเกิดเป็นปัญหาเป็น ริดสีดวง ถ่าย ไม่ ออกในที่สุด ซึ่งนอกจากจะสร้างความลำบากทางร่างกายแล้วยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิต ดังนั้น หากเริ่มมีอาการริดสีดวง ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทันทีเพื่อให้สามารถรับมือกับอาการริดสีดวงได้ทัน โดยอาจเลือกใช้ยาสมุนไพรบรรเทาอาการริดสีดวง ร่วมด้วย 

รักษา-ริดสีดวง

RIDCHY-T สมุนไพรแก้ริดสีดวง สูตรธรรมชาติ ออร์แกนิค 100 % คัดสรรสมุนไพรคุณภาพสูงกว่า 30 ชนิด ช่วยดูแล ฟื้นฟู และบรรเทาอาการริดสีดวง รักษาต้นเหตุของอาการริดสีดวง ท้องผูกอย่างแท้จริง ช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ ป้องกันไม่ให้ริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำอีก บรรเทาปัญหาสำหรับท่านที่เป็น ริดสีดวง ถ่าย ไม่ ออก ทางเลือกใหม่ของสมุนไพรบำบัดริดสีดวงโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยาแผนปัจจุบันที่อาจมีสารเคมีตกค้าง สะดวก ทานง่าย ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยง ปลอดภัย 100% เห็นผลเร็ว ชัดเจนในขวดแรก หากไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

🔰Line@ : @drthee
🚩Facebook : https://www.facebook.com/drtheeclinic
📞 โทร : 084-592-9897

“ริดสีดวง” ดีขึ้นได้ด้วยสมุนไพรริดสีดวง “RIDCHY-T”

แหล่งที่มา

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2019/constipation-treatment#causes

https://www.bangpakokhospital.com/care_blog/content/โรคท้องผูกปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

https://www.webmd.com/digestive-disorders/features/chronic-constipation-facts-vs-myths#1

ฆอ.1223/2563

ที่อยู่

บริษัท โนบอส กรุ๊ป จำกัด
23 ซอย หัวหมาก 9 แยก 1
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานค 10240

Call Us

084-592-9897

Facebook

Dr.Thee Clinic

Line@

@drthee

Website

www.drthee.com