โรคริดสีดวงทวาร เป็นโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในประชากรชาวไทย โดยเป็นภาวะที่เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักหรือส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่เกิดอาการโป่ง บวม พอง หรือยืดตัวนูนเป็นติ่งออกมาจากทวารหนัก ซึ่งสามารถเป็นได้หลายตำแหน่งพร้อมกัน ริดสีดวงเกิดได้จากสาเหตุหลาย ประการ เช่น ภาวะท้องผูกเรื้อรัง น้ำหนักมาก ยกของหนัก ใช้ยาสวนอุจจาระหรือยาระบายบ่อย การตั้งครรภ์ การเบ่งอุจจาระนาน ๆ การทานอาหารที่มีกากใยน้อย และกรรมพันธุ์  เป็นต้น ริดสีดวงทวารแบ่งตามตำแหน่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงทวารชนิดภายนอกและริดสีดวงภายใน แม้โรคริดสีดวงทวารจะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ส่งผลถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ผู้ป่วยประสบกับความเจ็บปวดทรมาน สร้างความรำคาญและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก และหลาย ๆ คนมักไม่กล้าไปพบแพทย์ เพราะอาย กลัวเจ็บ และกลัวเสียค่าใช้จ่ายมาก จึงปล่อยเอาไว้และไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อีกทั้งไม่ทราบว่าหากเป็นริดสีดวงห้ามกินอะไร ? และอาหารกลุ่มไหนบ้างที่จัดเป็นอาหารแสลงริดสีดวง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หากคุณเป็นโรคริดสีดวง

ของ-แสลง-ริดสีดวง

สาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ริดสีดวงหายช้าหรือกลับมาเป็นซ้ำ ได้แก่ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะผู้ป่วยริดสีดวงจำนวนไม่น้อยไม่ทราบมาก่อนว่าหากเป็นริดสีดวง ห้ามกินอะไร ? และมักลงเอ่ยด้วยการรับประทานอาหารที่เป็นอาหารแสลงริดสีดวง  อาหารแสลงริดสีดวงที่ผู้ป่วยโรคริดสีดวงควรหลีกเลี่ยงมีดังต่อไปนี้

  1. กลุ่มอาหารหมักดองและอาหารแปรรูป อาทิ หน่อไม้ดอง ปลาร้า ปลาเค็ม แหนม อาหารกระป๋อง เนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน โบโลน่า เป็นต้น เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีกากใยน้อยและมีโซเดียมสูง อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องผูกและนำไปสู่โรคริดสีดวงได้
  2. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม อาทิ เนย นม ชีส ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตาลแลคโตส แต่ร่างกายของคนเราสามารถผลิตเอนไซม์แลคเตสมาย่อยแลคโตสได้ในปริมาณที่จำกัด ส่งผลให้ย่อยยากและขัดขวางการดูดซึมของลำไส้ ทำให้ริดสีดวงอักเสบ
  3. กลุ่มผัก อาทิ กุยช่าย สะตอ บีทรูท ชะอม มะระ กระเฉด ตำลึง กะหล่ำปลี แครอท เนื่องจากเป็นผักที่มีฤทธิ์ร้อน ทำให้เลือดเป็นกรด เป็นของแสลงริดสีดวง เมื่อทานปริมาณมาก ๆ จะส่งผลให้ร่างกายภายในร้อน ทำให้ริดสีดวงอักเสบ
  4. กลุ่มผลไม้ อาทิ ทุเรียน ละมุด ลำไย ขนุน เงาะ ลิ้นจี่ สัปปะรด ลองกอง มะไฟ มะยม มะปราง สละ น้อยหน่า เสาวรส เพราะมีฤทธิ์ร้อน ทำให้เลือดเป็นกรด จึงเป็นอาหารแสลงริดสีดวงที่ทำให้ริดสีดวงอักเสบ
  5. กลุ่มอาหารทะเล อาทิ หอย หมึก กุ้ง กั้ง เพราะมักกระตุ้นการอักเสบ เจ็บ ปวด บวม รวมถึงส่งผลให้ริดสีดวงกำเริบ
  6. กลุ่มเนื้อสัตว์ อาทิ เนื้อสัตว์ที่มีลักษณะเหนียว ย่อยยาก และเครื่องในสัตว์ทุกชนิด เนื่องจากย่อยได้ยาก ทั้งยังมีใยอาหารน้อย ทำให้มีโอกาสที่จะท้องผูกได้หากรับประทานเข้าไป
  7. กลุ่มแป้ง อาทิ ขนมปังขาว พาสต้า บะหมี่ และข้าวสวย เพราะแป้งที่ขัดสีแล้วจะมีใยอาหารน้อยกว่าแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสีเพราะไม่มีส่วนของรำข้าวและจมูกข้าว
  8. กลุ่มอาหารทอด นอกจากจะมีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงแล้ว ยังย่อยยากอีกด้วย
  9. กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะของแสลงริดสีดวงเหล่านี้อาจทำให้อุจจาระแข็งขึ้น ขับถ่ายได้ยากขึ้น และอาจนำไปสู่อาการท้องผูกได้ 
  10. กลุ่มรสชาติ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด โดยเฉพาะรสเผ็ดจัด เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และอาจเพิ่มอาการปวดขณะขับถ่ายมากขึ้น

อาหารที่ควรรับประทาน หากคุณเป็นโรคริดสีดวง

อาหารที่ควรกิน-หากคุณเป็นโรคริดสีดวง

อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด ริดสีดวงแตก ริดสีดวงกำเริบ หรืออักเสบ ในขณะเดียวกัน อาหารก็สามารถบรรเทาและป้องกันโรคริดสีดวงทวารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น นอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงอาหารแสลงริดสีดวงทั้ง 10 กลุ่มข้างต้นแล้ว ผู้ที่เป็นริดสีดวงยังควรเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการบรรเทาอาการริดสีดวง ซึ่งได้แก่

  1. น้ำเปล่า ผู้ที่มีอาการท้องผูกมักเกิดจากการดื่มน้ำที่ไม่เพียงพอ ซึ่งน้ำจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น อุจจาระนิ่มลงจนสามารถขับถ่ายได้ปกติ
  2. โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยว ประกอบไปด้วยแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะลำไส้ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดีขึ้น
  3. ผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง กากใยที่อยู่ในผักและผลไม้จะทำให้อุจจาระไม่แข็งและกระตุ้นการขับถ่ายให้บ่อยขึ้น
  4. ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์ ซีเรียลจากธัญพืช ข้าวกล้อง และถั่วทุกชนิด ประกอบไปด้วยรำข้าวและจมูกข้าวที่มีไฟเบอร์มากเป็นพิเศษ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  5. มะละกอสุก ผลไม้ช่วยบรรเทาริดสีดวงอันดับ 1 เพราะมะละกอเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงมากและมีเอ็นไซม์ปาเปน (papain) ที่ช่วยย่อยโปรตีนและอาหารที่รับประทานเข้าไป จึงช่วยในการขับถ่าย

ปัจจุบัน การรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้นมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่การฉีดยาเพื่อให้หลอดเลือดเกิดการตีบและหดตัวกลับเข้าไป การใช้ยางรัดเพื่อตัดการไหลเวียนของเลือด ทำให้ริดสีดวงฝ่อและแห้ง การรับประทานสมุนไพรแก้ริดสีดวง การจี้ริดสีดวงทวารด้วยเลเซอร์ อินฟราเรด หรือเครื่องจี้ไฟฟ้า รวมไปถึงการผ่าตัดริดสีดวง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ชนิดและระดับความรุนแรงของโรค แต่ก็แลกด้วยความเจ็บปวดและทรมาน

สมุนไพรริดสีดวง

RIDCHY-T นวัตกรรมสมุนไพรริดสีดวงจากธรรมชาติ คัดสรรสมุนไพรคุณภาพสูงกว่า 30 ชนิด ช่วยดูแล ฟื้นฟู และบรรเทาอาการ ริดสีดวง ช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ หยุดอาการถ่ายเป็นเลือด สมานแผลตรงปากทวารและแผลในลำไส้ ลดการอักเสบ ปวด บวม ทำให้หัวริดสีดวงที่ยื่นออกมายุบและฝ่อลง ป้องกันไม่ให้ริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำอีก โดยไม่ทำให้หลอดเลือดและเนื้อเยื่อตายแต่อย่างใด ทางเลือกใหม่ของสมุนไพรบำบัดริดสีดวงโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยาแผนปัจจุบันที่อาจมีสารเคมีตกค้าง ไม่เจ็บตัว ไม่เสี่ยง ปลอดภัย 100% เห็นผลเร็ว 1-2 เดือน หากไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน

สรรพคุณ : แก้ริดสีดวงทวารทุกจำพวก กลีบมะเฟือง เดือยไก่ หัวเจ็บ หัวเลือด บานทะโรค ถ่ายเป็นเลือด ท้องผูก รับประทานอาหารไม่ได้

ผลิตจาก : สมุนไพรไทยผสมสมุนไพรจีน

วิธีการรับประทาน : ก่อนอาหาร 1/2 – 1 ช.ม. 4 เวลา (เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน)

จำนวนในการทาน : 3 แคปซูล/ครั้ง

🔰Line@ : @drthee
🚩Facebook : https://www.facebook.com/drtheeclinic
📞 โทร : 084-592-9897

“ริดสีดวง” ดีขึ้นได้ด้วยสมุนไพรริดสีดวง Ridchy-T

ฆอ.1223/2563

ที่อยู่

บริษัท โนบอส กรุ๊ป จำกัด
23 ซอย หัวหมาก 9 แยก 1
แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
กรุงเทพมหานค 10240

Call Us

084-592-9897

Facebook

Dr.Thee Clinic

Line@

@drthee

Website

www.drthee.com